การเลือกซื้อ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง (เครื่องล้างรถ)
สิ่งที่เราต้องทบทวนอย่างแรกคือ การนำไปใช้งาน เพราะเครื่องล้างอัดฉีดมีด้วยกันหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายแรงดัน ตั้งแ่ต่ 70 Bar 90 Bar 100 Bar 110 Bar 120 Bar จนถึง 200 Bar กันเลยทีเดียว นอกจากจะมีหลากหลาย แรงดันแล้ว ยังต้องดูเรื่องปริมาณการให้น้ำว่ากี่ลิตร/ชั่วโมง และประเภทของมอเตอร์ งบประมาณที่เราตั้ง เอาไว้ในการที่จะเป็นเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สักตัว นอกจากนี้แล้วที่สำคัญที่สุดคือ การรับประกันสินค้า (อันนี้สำคัญมาก)
วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557
สว่านไฟฟ้า อุปกรณ์การช่างที่ช่างขาดไม่ได้
สว่านไฟฟ้า อุปกรณ์การช่างที่ช่างขาดไม่ได้
สว่าน คืออุปกรณ์ช่างชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับเจาะรูบนวัสดุหลายอย่าง เป็นอุปกรณ์งานช่างที่ใช้ตลอดในงานไม้และงานโลหะ ประกอบด้วยส่วนสำคัญคือดอกสว่านที่หมุนได้
ดอกสว่านยึดอยู่กับเดือยด้านหนึ่งของสว่าน และถูกกดลงไปบนวัสดุที่ต้องการจากนั้นจึงถูกทำให้หมุน ปลายดอกสว่านจะทำงานเป็นตัวตัดเจาะวัสดุ กำจัดเศษวัสดุระหว่างการเจาะ (เช่น ขี้เลื่อย) หรือทำงานเป็นตัวสูบอนุภาคเล็กๆ (เช่นการเจาะน้ำมัน)
วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557
ทำความรู้จัก ปั๊มลม (Air Compressor)
ทำความรู้จัก ปั๊มลม (Air Compressor)
ปั๊มลม หรือ เครื่องอัดอากาศ เครื่องอัดลม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Air Compressor" ใช้ในการอัดลมให้มีแรงดันสูงตามที่เราอยากเพื่อนำไปใช้ประโยชน์และประยุคใช้ได้หลายด้าน เช่นงานที่เป็นระบบลมในโรงงานอุตสาหกรรมตั้งแต่ขนาดเล็ก ตลอดจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ระบบนิวเมติกส์ และอุตสาหกรรมครัวเรือน เช่นการซ่อมรถ ซึ่งจะใช้เป็นปั๊มลมจำพวกลูกสูบ (Piston Air Compressor) เพราะใช้แรงดัน (Pressure) ไม่สูงมาก เป็นต้น ส่วนเครื่องปั้มลมที่ใช้ในโรงงานอุตสาหรกรรมนั้นโดยมากแล้วจะใช้เป็นปั๊มลมประเภทสกรู (Screw Air Compressor) ซึ่งจะใช้แรงลมที่มากกว่า
แนะนำการซื้อปั้มลม
เราต้องเลือกดูงานที่เราจะใช้ เราต้องการปั้มที่แรงดันมากน้อยประมาณไหน ปริมาณลมที่ต้องการมาก ความต่อเนื่องของงาน หรือปริมาณการจ่ายลม ลมที่ใช้ต้องสะอาดระดับไหน เช่น การทำงานของช่างไม้ ใช้ปั้มลูกสูบ อาจจะต้องการแรงลมมากพอสมควร อาจจะข้อแตกต่างเรื่องความต่อเนื่องของงานทำให้ ขนาดของถังบรรจุลมที่ใหญ่ สามารถทำงานได้สม่ำเสมอ เครื่องก็จะไม่ต้องทำหน้าที่หนักคือปั้มทำงานบ่อย เมื่อไหร่ความดันหรือปริมาณลมลดต่ำลง หรือ จะใช้ปั้มลมกับแอร์บลัช พื้นที่การใช้งานมีส่วนสำคัญ เช่น บริเวณชุมชน บ้านพักอาศัย อาจก่อให้เกิดปัญหากับคนบริเวรบ้านได้ จุดแตกต่าง ระหว่าง ปั้มลมสายพาน กับโรตารี่ (Rotary) ปั้มลมสายพานจะเสียงเบากว่าปั้มลม โรตารี่ (Rotary) ถ้าคุณต้องการลมที่มีความสะอาด ใช้ปั้มลมแบบ ไดอะเฟรม เพราะลมจะไม่ได้สัมผัสกับโลหะเลย แต่ให้แรงลมน้อยสุดๆ ใช้กับอุดสาหกรรมเคมี อาจมีอาการลมขาดตอนบ้าง ส่วนปั้มลมแบบสกรูเราจะพบเห็นตามโรงงานเป็นส่วนมาก ให้แรงลมต่อเนื่องและมีความดันตามขนาดของตู้ เป็นต้น
การเลือกปั้มลมใช้เองที่บ้าน
โดยที่ปั้มลมที่คนส่วนมากนิยมสูงสุดคือ ปั้มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR) มีหลายยี่ห้อเช่น TRYTON,OKURA, PUMA, SWAN, RAMBO, ROWEL, ANTO
ให้เราเลือกจากการใช้งานของเรา
1. แรงดันลมที่ท่านใช้งาน
2. ปริมาณแรงลมที่ใช้ต่อเนื่อง
3. สถานที่ใช้งาน เนื่องจากปั้มลมแต่ละหมวด จะมีเสียงดังไม่เท่ากัน
4. ลมที่ใช้งานมีความสะอาดขนาดไหน
เครื่องปั๊มลมสามารถแบ่ง 6 ตระกูล
1. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR)
2. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบสกรู (SCREW COMPRESSOR)
3. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบไดอะเฟรม (DIAPHARGM COMPRESSOR)
4. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบใบพัดเลื่อน (SLIDING VANE ROTARY COMPRESSOR)
5. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบใบพัดหมุน (ROOTS COMPRESSOR)
6. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบกังหัน (RADIAL AND AXIAL FLOW COMPRESSOR)
เครื่องปั๊มลมหรือเครื่องอัดลมลักษณะนี้ยังถูกแบบออกเป็นประเภทย่อยๆได้อีก อาทิเช่น
- Belt Drive Screw Air Compressor
- Direct Drive Screw Air Compressor
- Variable Speed Drive Screw Air Compressor
- Vacuum Screw Air Compressor
- Single Stage Screw Air Compressor
- Two Stage Screw Air Compressor
ปั๊มลม หรือ เครื่องอัดอากาศ เครื่องอัดลม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Air Compressor" ใช้ในการอัดลมให้มีแรงดันสูงตามที่เราอยากเพื่อนำไปใช้ประโยชน์และประยุคใช้ได้หลายด้าน เช่นงานที่เป็นระบบลมในโรงงานอุตสาหกรรมตั้งแต่ขนาดเล็ก ตลอดจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ระบบนิวเมติกส์ และอุตสาหกรรมครัวเรือน เช่นการซ่อมรถ ซึ่งจะใช้เป็นปั๊มลมจำพวกลูกสูบ (Piston Air Compressor) เพราะใช้แรงดัน (Pressure) ไม่สูงมาก เป็นต้น ส่วนเครื่องปั้มลมที่ใช้ในโรงงานอุตสาหรกรรมนั้นโดยมากแล้วจะใช้เป็นปั๊มลมประเภทสกรู (Screw Air Compressor) ซึ่งจะใช้แรงลมที่มากกว่า
แนะนำการซื้อปั้มลม
เราต้องเลือกดูงานที่เราจะใช้ เราต้องการปั้มที่แรงดันมากน้อยประมาณไหน ปริมาณลมที่ต้องการมาก ความต่อเนื่องของงาน หรือปริมาณการจ่ายลม ลมที่ใช้ต้องสะอาดระดับไหน เช่น การทำงานของช่างไม้ ใช้ปั้มลูกสูบ อาจจะต้องการแรงลมมากพอสมควร อาจจะข้อแตกต่างเรื่องความต่อเนื่องของงานทำให้ ขนาดของถังบรรจุลมที่ใหญ่ สามารถทำงานได้สม่ำเสมอ เครื่องก็จะไม่ต้องทำหน้าที่หนักคือปั้มทำงานบ่อย เมื่อไหร่ความดันหรือปริมาณลมลดต่ำลง หรือ จะใช้ปั้มลมกับแอร์บลัช พื้นที่การใช้งานมีส่วนสำคัญ เช่น บริเวณชุมชน บ้านพักอาศัย อาจก่อให้เกิดปัญหากับคนบริเวรบ้านได้ จุดแตกต่าง ระหว่าง ปั้มลมสายพาน กับโรตารี่ (Rotary) ปั้มลมสายพานจะเสียงเบากว่าปั้มลม โรตารี่ (Rotary) ถ้าคุณต้องการลมที่มีความสะอาด ใช้ปั้มลมแบบ ไดอะเฟรม เพราะลมจะไม่ได้สัมผัสกับโลหะเลย แต่ให้แรงลมน้อยสุดๆ ใช้กับอุดสาหกรรมเคมี อาจมีอาการลมขาดตอนบ้าง ส่วนปั้มลมแบบสกรูเราจะพบเห็นตามโรงงานเป็นส่วนมาก ให้แรงลมต่อเนื่องและมีความดันตามขนาดของตู้ เป็นต้น
การเลือกปั้มลมใช้เองที่บ้าน
โดยที่ปั้มลมที่คนส่วนมากนิยมสูงสุดคือ ปั้มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR) มีหลายยี่ห้อเช่น TRYTON,OKURA, PUMA, SWAN, RAMBO, ROWEL, ANTO
ให้เราเลือกจากการใช้งานของเรา
1. แรงดันลมที่ท่านใช้งาน
2. ปริมาณแรงลมที่ใช้ต่อเนื่อง
3. สถานที่ใช้งาน เนื่องจากปั้มลมแต่ละหมวด จะมีเสียงดังไม่เท่ากัน
4. ลมที่ใช้งานมีความสะอาดขนาดไหน
เครื่องปั๊มลมสามารถแบ่ง 6 ตระกูล
1. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR)
2. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบสกรู (SCREW COMPRESSOR)
3. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบไดอะเฟรม (DIAPHARGM COMPRESSOR)
4. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบใบพัดเลื่อน (SLIDING VANE ROTARY COMPRESSOR)
5. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบใบพัดหมุน (ROOTS COMPRESSOR)
6. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบกังหัน (RADIAL AND AXIAL FLOW COMPRESSOR)
เครื่องปั๊มลมหรือเครื่องอัดลมลักษณะนี้ยังถูกแบบออกเป็นประเภทย่อยๆได้อีก อาทิเช่น
- Belt Drive Screw Air Compressor
- Direct Drive Screw Air Compressor
- Variable Speed Drive Screw Air Compressor
- Vacuum Screw Air Compressor
- Single Stage Screw Air Compressor
- Two Stage Screw Air Compressor
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557
มาทำความรู้จักปั๊มน้ำและจุดดีของปั๊มน้ำกันเถอะ
มาทำความรู้จักปั๊มน้ำและจุดดีของปั๊มน้ำกันเถอะ
ปั๊มน้ำ เป็นเครื่องมือช่างหรือเครื่องไม้เครื่องมือไฟฟ้า อีกแบบหนึ่งที่ใช้มาก ในอุตสาหกรรมและ ตามบ้านเรือน โดยเนื้อๆตามที่พักอาศัยซึ่งเป็นอาคารชุด ตามอาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ต่างๆ หรือในบางพื้นที่ที่ต้องการสูบน้ำ จากใต้ดินขึ้นมาใช้
ดังนั้นการรู้จักมักจี่ซื้อ รู้จักวิธีใช้และการติดตั้ง “ปั๊มน้ำ” อย่างถูกวิธีจะไม่ก่อให้ เกิดการรั่ว ไหลและสิ้นเปลืองพลังงานและเป็นการใช้ไฟฟ้าและใช้น้ำอย่างมี ประสิทธิภาพ และราคาปั๊มน้ำที่ถูกลงมาก
วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557
เล่าเรียนเกี่ยวกับ ตู้เชื่อมไฟฟ้าหรือไม่ก็การเชื่อมโลหะด้วยธูปเชื่อมหุ้มฟลักซ์ (Manual Matel Arc Weldingหรือ MMA)
เล่าเรียนเกี่ยวกับ ตู้เชื่อมไฟฟ้าหรือไม่ก็การเชื่อมโลหะด้วยธูปเชื่อมหุ้มฟลักซ์ (Manual Matel Arc Weldingหรือ MMA) ตู้เชื่อมไฟฟ้าเป็นเครื่องมือช่างจะใช้กระแสไฟฟ้าทำให้เกิดกระแสไฟอาร์กระหว่างธูปเชื่อม (หรือลวดเชื่อม) กับชิ้นงาน ความร้อนที่เกิดขึ้นทำให้ปลายลวดเชื่อมหลอมละลายลงไปเติมแนวเชื่อม ส่วนฟลักซ์เมื่อถูกหลอมละลายบางส่วนจะกลายเป็นแก็สปกคลุมบริเวณแนวเชื่อมเพื่อปกป้องอากาศที่มีอ๊อกซิเจน ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดสนิม บางส่วนจะกลายเป็นสแลกปกคลุมแนวเชื่อม กระแสไฟที่ใช้เชื่อมสามารถใช้ได้ทั้งกระแสตรง (ARC DC) หรือกระแสสลับ (ARC AC) ซึ่งเราจะขออธิบายในคราวต่อไป
วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557
การเลือกสรรซื้อปั๊มลมและลักษณะปั๊มลม
การเลือกสรรซื้อปั๊มลมและลักษณะปั๊มลม
ปั๊มลมสามารถจำแนกเป็น 6 ประเภท
1. ปั๊มลมแบบลูกสูบ (PISTON COMPRESSOR)
เป็นเครื่องอัดลมหรือปั๊มลมที่นิยมใช้ถือว่าเป็นปั๊มลมที่ใช้กันมากที่สุดเนื่องจากสมรรถนะอัดลม คือสร้างความดันหรือแรงดันได้ตั้งแต่ 1บาร์ (bar)ไล่ระดับไปจนถึงเป็นพันบาร์(bar) ทำให้ปั๊มลมแบบลูกสูบทำได้ตั้งแต่ความดันต่ำ ความดันปานกลาง จนไปถึงความดันสูง มีแบบใช้สายพาน จะให้เสียงเงียบกว่าแบบ โรตารี่ ที่มีมอเตอร์ในตัว ข้อดีของโรตารี่คือได้ลมใช้งานที่รวดเร็วกว่าแบบสายพาน
2.ปั้มลมแบบสกรู (SCREW COMPRESSOR)
เป็นที่นิยมในโรงงาน ตัวเครื่องมีการผลิตที่มีคุณลักษณะสูงในการผลิตโรเตอร์ ตัวเครื่องจะ ไม่มีลิ้นในการเปิดปิด แต่ต้องการระบบถ่ายเทความร้อนที่ดีออกจากปั้มมีทั้งระบบระบายความร้อนด้วยอากาศหรือใช้น้ำระบายความร้อนหากเป็นเครื่องปริมาตรใหญ่ ปั้มลมจะสามารถจ่ายลม 170 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (m3/min) อีกทั้งสร้างความดันได้ถึง 10 บาร์
3. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบไดอะเฟรม (DIAPHARGM COMPRESSOR)
เป็นปั๊มลมที่ใช้ตัวไดอะแฟรมทำให้การทำหน้าที่ของลูกสูบและหัวดูดอากาศแบ่งออกจากกัน ดังนั้นลมที่ถูกดูดเขาในปั๊ม หรืออัดอากาศ จะไม่ได้มีการโดนหรือสัมผัสกับส่วนที่เป็นโลหะ และลมที่ได้จะไม่มีการผสมน้ำมันหล่อลื่นแต่จะไม่สามารถสร้างแรงดันได้สูง จุดเด่นคือลมที่ได้จากปั๊มประเภทนี้จึงมีความเสถียรมากและมักใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเคมี และอาจะใช้ในการอุสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำเนื่องจากเสียงที่เงียบสงบกว่าแบบลูกสูบ
4. เครื่องอัดลมหรือ ปั้มลมแบบใบพัดเลื่อน (SLIDING VANE ROTARY COMPRESSOR)
ราคาปั๊มลมชนิดนี้จุดดีคือเสี่ยงจะไม่ดังการทำงานของการหมุนจะเรียบมีความสม่ำเสมอการอัดอากาศคงที่ ไม่มีลิ้นหรือวาวล์ในการเปิดปิดในพื้นที่จำกัดทำให้ไวต่อความร้อน หากต้องการประสิทธิภาพที่ดีจะต้องผลิตด้วยความประณีต สามารถกระจายลม 4-100 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที (m3/min) ส่วนความดันทำได้ที่ 4-10 บาร์(Bar)
5. ปั้มลมแบบใบพัดหมุน (ROOTS COMPRESSOR)
เครื่องปั๊มลมนี้จะมีใบพัดหมุน 2 ตัว เมื่อโรเตอร์ 2 ตัวทำการหมุน สภาพอากาศจะถูกดูดจากฝากหนึ่งไปยังอีกฝากหนึ่ง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด ทำให้อากาศไม่ถูกบีบหรืออัดตัว แต่อากาศจะถูกอัดตัวก็ต่อเมื่ออากาศได้ถูกส่งเข้าไปยังถังเก็บลม ปั้มลมแบบนี้ทุนการผลิตจะแพง ไม่มีลิ้น ไม่ต้องการหล่อลื่นช่วงทำงาน แต่ต้องมีการระบายความร้อนที่ดี
6. ปั้มลมแบบกังหัน (RADIAL AND AXIAL FLOW COMPRESSOR)
ขายปั๊มลมปั้มลมแบบนี้จะได้อัตราการจ่ายลมที่มาก ประเภทเป็นใบพัดกังหันดูดเข้ามาจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่งด้วยการหมุนความเร็วสูง ประเภทใบพัดจึงมีส่วนสำคัญเรื่องอัตราการจ่ายลมด้วย
วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557
สว่านไฟฟ้า(Drills)เป็นเครื่องมือช่าง
สว่านไฟฟ้า(Drills)เป็นเครื่องมือช่าง ที่ช่วยให้ความ คล่องไม่น้อยในการปรับปรุงซ่อมแซมอุปกรณ์ หรือวัสดุที่เก่าเสียหาย สว่านไฟฟ้าสามารถใช้งานได้มากมายรูปแบบ ใช้ได้ทั้งงานช่าง งาน ประดิษฐ์ และงานตกแต่งทั่วไป สว่านไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับช่างเลยก็ว่าได้ การมีไว้ติดบ้านสำหรับบุคคลทั่วไป นั้น จะมีเก็บไว้หรือไม่ก็ได้ ซึ่งแล้วแต่ความจำเป็น โดยทั่วไปแล้ว สว่านไฟฟ้าจะมีหลาก หลายอย่างซึ่งแต่ละชนิดก็ใช้งานในลักษณะต่างๆกัน สว่านไฟฟ้าบางตัวสามารถใช้งานเฉพาะ เจาะ ยึด ขันน๊อต แต่บางรุ่นอาจจะมีความสามารถ เจาะกระแทก เพิ่มเติมเข้ามาด้วย เราควรเลือกใช้งานสว่านไฟฟ้า ให้เหมาะสมกับงานที่ทำในแต่ละอย่าง
สว่านมีแบบไหนบ้างมาดูกัน
1. สว่านมือ เป็นสว่านที่ใช้แรงมือ เหมาะกับงานที่ไม่ใหญ่มาก
2. สว่านไฟฟ้า เป็นสว่านที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้า เหมาะกับงานหนัก มีให้เลือก หลายหมวด
3. สว่านแบบมือถือ (Hand-held drill) เป็นแบบที่ใช้งานโดยใช้มือถือตัวเครื่องเอาไว้ ทั้งหมด ซึ่งก็มีอีกหลายประเภทแยกย่อยลงไปอีกตามการใช้งานเพื่อให้เราสามารถเลือกซื้อสว่านไฟฟ้าที่เหมาะกับงบ ประมาณและครอบคลุมการใช้งานที่เราต้องการทั้งหมด
4. สว่านไฟฟ้า แบบธรมดา (Pistol-grip (corded) drill)
เหมาะสำหรับการเจาะไม้ อลูมีเนียม และเหล็กที่ไม่หนามาก สว่านแบบนี้มีข้อดีตรงที่มีระบบการทำงานที่เรียบ ง่าย มีราคาถูก ส่วนข้อเสียที่เห็นได้ชัด คือมีความหลากหลายในการใช้งานน้อยกว่าสว่านประเภทอื่นๆนั่นเอง
5. สว่านกระแทก (Hammer drill)
เป็นสว่านที่เพิ่มความสามารถในการเจาะคอนกรีตเข้ามา โดยในการเจาะคอนกรีตนั้นเราจะเจาะโดยใช้แค่การหมุนดอก สว่าน(แบบสว่านปกติ)ไม่ได้ แต่ในขณะที่ดอกสว่านหมุนนั้นจะต้องมีการกระแทกร่วมด้วย ในสว่านกระแทกนั้นหัวจับดอก สว่าน(chuck) จะมีการเคลื่อนที่สลับหน้าหลังไปด้วยอย่างฉับพลันในขณะที่หมุน โดยเขา จะวัดความเร็วในการกระแทกเป็น BPM (Blows per minute) แปลว่า การกระแทกกี่ครั้งต่อหนึ่งนาที สว่านโรตารี่ (Rotary hammer drill) เป็นสว่านที่มีความสามารถในการเจาะคอนกรีตเช่นกัน แต่ ความแตกต่างระหว่าง สว่านกระแทกกับสว่านโรตารี่อยู่ตรงที่ ระบบกลไกการกระแทกที่พัฒนาขึ้น ทำให้สว่านโรตารี่มี แรงกระแทกที่มากกว่ามาก มากเสียจนถ้าใช้หัวจับดอกสว่านแบบธรรมดาดอกสว่านอาจจะกระเด็นหลุดออกมาเลยก็ได้ สว่าน โรตารี่จึงจำเป็นต้องใช้หัวจับดอก(chuck) แบบพิเศษที่เรียกว่า SDS (Special Direct System) ซึ่งถูกพัฒนามาเพื่อรองรับแรงกระแทกของสว่านชนิดนี้
6. สว่านไร้สาย
นับเป็นสว่านที่ได้รับความชื่นชมอีกชนิด เพราะความสะดวกในการใช้งาน เป็น สว่านที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ซึ่งในช่วงปัจจุบันสว่านไร้สายมีลักษณะการใช้งานที่ แทบจะเหมือนกับสว่านต่อสายไฟ มีทั้งสว่านกระแทกไร้สาย สว่านโรตารี่ไร้สาย และอื่นๆ แต่ที่เห็นจะเป็นประโยชน์ใช้สอยอัน โดดเด่นที่สุด คงจะเป็นการใช้ขันสกรูนั่นเอง (ใช้เป็นไขควงไฟฟ้า(Power Screwdriver)) โดยปกติแล้ว ช่างจะใช้สว่านธรรมดาในการขันสกรู แต่การใช้สว่านในการขันสกรูมีข้อเสียตรงที่บางครั้ง สว่านมีความเร็วมากเกินไป และไม่มีตัวกำหนดแรงบิด แปลว่า หลายครั้งที่สกรูจะกินเข้าเนื้อ ไม้มากเกินไป หรือในกรณีวัสดุอ่อนเช่น MDF การใช้แรงมากไปอาจทำให้เกลียวหวานเลยก็ได้ แต่ในสว่านไร้สายหลายรุ่น เราสามารถตั้งค่าแรงบิดได้ (Torque Control) เพื่อให้เราสามารถขันสกรูด้วยแรงบิดที่เหมาะสมได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



